How to ไม่เป็นเหยื่อแก๊งลักรถ

“ รู้ไว้ก่อนเป็นเหยื่อแก๊งลักรถ ”

หากกล่าวถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่มนุษย์นั้นปรารถนาจะครอบครองนั้น  “รถยนต์” คงเป็นตัวเลือกในอันดับต้นๆ ที่ทุกคนอยากมีไว้เป็นของตนเอง    รถยนต์เปรียบเสมือนปัจจัยที่ 5 ซึ่งทุกคนไขว่คว้าให้ได้มาเพื่อความสะดวกสบายในการเดินทาง ประกอบกับสภาพของระบบขนส่งมวลชนบ้านเราที่ยังพัฒนาไปไม่ถึงไหน ยิ่งบ่อยครั้งได้ยินข่าวแท็กซี่ จี้ ปล้น ฆ่า ข่มขืนหรือไม่ข่มขืนก็แล้วแต่ ทำให้รถยนต์กลายเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกคนพยายามทำงานหาเงินอย่างหนักเพื่อให้ได้มาครอบครอง พอกับบ้านที่เป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งในชีวิตของใครหลายคน   แต่ด้วยเหตุนี้อาชญากรจึงมีแรงจูงใจเลือกรถยนต์เป็นเป้าหมายในการก่อเหตุ เพื่อให้ได้ทรัพย์สินเงินทองมาบำเรอความสุขของตน ปล่อยให้เจ้าของร้องระงมผ่อนกุญแจรถต่อไป

จากข่าวสารที่เราได้รับฟังมักจะได้ยินข่าวการโจรกรรม ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์  ซึ่งมักตามมาด้วยน้ำตาเจ้าของรถ  หรือข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมคนร้ายเป็นแก๊งจำนวนหลายคนพร้อมด้วยของกลางจำนวนมาก  เราคงไม่อยากเป็นตัวละครในข่าวนั้น แต่จะทำอย่างไรที่จะทำให้รถที่เรารักอยู่กับเราไปแสนนาน  คำถามนี้มีคำตอบ จากวิธีการต่อไปนี้

ตามทฤษฎีป้องกันอาชญากรรมที่ได้รับการยอมรับว่าอาชญากรรมจะเกิดขึ้นได้ต้องประกอบด้วยคนร้าย   เหยื่อ  และโอกาสในการกระทำความผิด หรือเรียกว่า “ทฤษฎีสามเหลี่ยมอาชญากรรม” ซึ่งการป้องกันไม่ให้เกิดอาชญากรรมก็จะง่ายแสนง่ายเพียงแค่ตัดตัวใดตัวหนึ่งในสามตัวออกไป ซึ่งในส่วนของคนร้ายคงต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการกวดขันจับกุมให้หมดสิ้นไปจากปฐพี (ซึ่งคงเป็นไปได้ยาก)  แต่ในส่วนที่เราทำเองได้นั้นคือการป้องกันตัวเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ และตัดโอกาสไม่ให้คนร้ายมีโอกาสกระทำผิดได้    เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ก็คงเกิดคำถามอีกว่า  แล้วประชาชนตาดำๆ อย่างเราจะไปทำอะไร???   เช่นเดิมคำถามนี้มีคำตอบ

จากประสบการณ์การทำงานสืบสวนปราบปรามและหลากทฤษฎีตามตำราสืบสวน  คนร้ายมักจะเป็นบุคคลซึ่งมีความรู้เชิงช่างเกี่ยวกับรถพอสมควร  และการกระทำความผิดมักลงมือทำเป็นทีมโดยมีส่วนล่วงหน้าคอยเลือกรถเป้าหมาย ส่วนทำลายเครื่องป้องกัน  และส่วนที่นำรถยนต์ออกจากจุดเกิดเหตุเพื่อนำไปขายต่ออีกทอดหนึ่ง  เมื่อคนร้ายมีมากเกินกว่าที่จะจับกุมหมดองค์ประกอบตัวนี้จะแสวงหาองค์ประกอบส่วนที่เหลือนั้นคือ เหยื่อและโอกาส  ซึ่งลักษณะของเหยื่อในอาชญากรรมประเภทนี้มีลักษณะดังต่อไปนี้คือ

  1. ประมาทเลินเล่อเสียบกุญแจลืมไว้ที่รถของตัวเอง หรือ คาดว่าลงไปทำธุระแป๊บเดียวคงไม่เป็นไรเสียบติดเครื่องยนต์ไว้   ทำให้คนร้ายฉวยโอกาสก่อเหตุขึ้นได้
  2. ความไม่ระมัดระวังหรือความเชื่อว่าคงไม่เกิดเหตุกับตน ทำให้ตกอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะแก่อาชญากร เช่น จอดรถไว้ในที่เปลี่ยว ลับตาคน แม้แต่ในสถานที่ปลอดภัยที่สุดอย่างแฟลตที่พักสถานีตำรวจ ซึ่งมักมีคนเข้าออกตลอดเวลา และมักไม่มีที่จอดรถทำให้บางคนเลือกที่จะไม่ล๊อกคอเพื่อความสะดวก แต่คนร้ายกลับใช้ช่องโอกาสดังกล่าว เคลื่อนรถออกไปได้โดยง่าย เป็นต้น
  3. เลือกที่จะเป็นผู้ที่อ่อนแอที่สุด คือ ไม่มีอุปกรณ์ในการป้องกันรถที่ทำให้ยากแก่โจรกรรม มีกรณีหนึ่งคนร้ายเล่าให้ผมฟังว่า  เขาใช้หลักการเลือกเหยื่อง่ายๆ รถคันไหนไม่มีไฟสัญญาณกันขโมยขึ้นก็จะเลือกขึ้นนั้นไปเลย  (ช่างน่าเจ็บใจจริงๆ)

จากที่ได้กล่าวไปข้างต้นจะเห็นได้ว่า  เหตุอาชญากรรมประเภทนี้คนร้ายมีส่วนอยู่เพียง 33.33 % ส่วนอีกกว่า ๖๐% เราสามารถเป็นผู้ป้องกันได้  ทางกองบังคับการปราบปรามจึงได้รวบรวมแนวทางการป้องกันแหตุโจรกรรมรถยนต์จากศูนย์ป้องกันและปราบปรามการโจรกรรมรถ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปร.ตร.) ให้ท่านได้นำไปใช้ได้ทันที ดังนี้

  • กรณีเป็นรถใหม่

หากท่านมีรถใหม่ควรติดตั้งอุปกรณ์กันขโมยเพิ่มเติม เช่น เปลี่ยนกุญแจใหม่ ติดตั้งชุดล็อคเกียร์    ล็อคครัช ล็อคพวงมาลัย และสัญญาณกันขโมย คนร้ายชอบขโมยรถใหม่ๆ เนื่องจากขายต่อได้ง่าย มีราคาสูง โดนเฉพาะบรรดารถยอดนิยมต่างๆ อาทิ รถปิคอัพ รถขับเคลื่อน 4 ล้อ และรถเก๋งรุ่นใหม่ๆ เมื่อเจ้าของรถได้รถมาใหม่มักยังไม่ติดตั้งอุปกรณ์กันขโมย เมื่อจอดไว้ในที่ไม่ปลอดภัย คนร้ายฉวยโอกาสโจรกรรมรถไปได้โดยง่ายๆ

  • กรณีซื้อรถมือสอง

เมื่อท่านจะตกลงซื้อรถเก่าจากเจ้าของหรือจากผู้ขาย ตามเต็นท์ขายรถ ต้องขอหมายเลขเครื่อง หมายเลขตัวถัง และสำเนาทะเบียนรถมาตรวจสอบกับทะเบียนรถในท้องถิ่นที่ รถนั้นจดทะเบียนไว้เสียก่อน เพราะอาจเป็นรถที่ไม่ถูกต้อง หรือขโมยมาสวมทะเบียน เมื่อซื้อรถมาแล้ว ควรต้องเปลี่ยนกุญแจ และติดตั้งอุปกรณ์กันขโมยเช่นเดียวกับรถใหม่ พึงระมัดระวังระลึกอยู่เสมอว่าคนร้ายจ้องรอโอกาสขโมยรถของท่านอยู่

  • จอดรถต้องระวัง

การจอดรถไม่ว่าจะจอดในที่ส่วนบุคคล ที่สาธารณะ แม้จอดทิ้งไว้ระยะสั้นหรือนานเพียงใด เพื่อไปทำธุระ หรือทำงานก็ตาม ไม่ควรจอดไว้ห่างไกล ควรมีคนเฝ้าดูแล ยาม รปภ.หรือเป็นจุดที่มีการติดตั้งกล้อง CCTV ก่อนทิ้งรถ ควรไปตรวจสอบการล็อคกุญแจประตูและใช้อุปกรณ์กันขโมยให้ครบถ้วน อย่าทิ้งทรัพย์สินสิ่งของมีค่าไว้ในรถ ล่อตาคนร้าย บางครั้งรถไม่หายแต่ของหาย

จอดรถในบ้าน-นอกบ้าน

– จอดรถในบ้านต้องเอาท้ายรถออกนอกบ้าน ล็อครถและใฃ้อุปกรณ์กันขโมย

– ติดตั้งโคมไฟให้ส่องสว่างให้มองเห็นทั้งในและนอกรั้วบ้านหากจำเป็นต้องจอดรถนอกบ้าน ควรจอดชิดขอบทางหน้าบ้าน ให้มองเห็นได้ ล็อคกุญแจและอุปกรณ์กันขโมย

– ควรร่วมมือกับเพื่อนบ้านใกล้เคียงช่วยกันจ้างยามรักษาความปลอดภัย ติดตั้งกล้อง CCTV คอยดูแล และให้ทุกคนในบ้านช่วยกันดูแล ซึ่งกันและกันด้วย

หากมีความจำเป็นต้องจอดรถยนต์ไว้บนถนนหน้าบ้าน ควรมียามรักษาความปลอดภัย เฝ้าดูแลรถ ตลอดเวลาโดยประสานความร่วมมือกับเพื่อนบ้านใกล้เคียงที่ใช้รถและจอดรถไว้ในลักษณะเดียวกัน เพื่อช่วยเหลือกันในเรื่องค่าจ้างของยามรักษาความปลอดภัย

ข้อควรระวังในการจอด

– อย่าจอดรถทิ้งไว้ค้างคืนบนถนน ไม่ว่าจะมีเครื่องป้องกันการโจรกรรมรถชนิดใดก็ตาม

– อย่าทิ้งกุญแจรถไว้ที่รถ เมื่อจอดรถลงไปทำธุระไม่ว่ากรณีใดก็ตาม

ระวังการนำรถไปซ่อม-รับบริการ

– แก็งค์คนร้ายอาจจะเป็นช่างซ่อมรถหรือผู้ให้บริการตามอู่ซ่อมรถ หรือสถานบริการบำรุงรักษารถ มีความชำนาญระบบกลไกของรถ อาจลักลอบทำกุญแจผี หรือทำลายระบบกันขโมย แล้วติดตามไปโจรกรรมรถของท่านในภายหลัง จึงควรระมัดระวัง

– ควรอยู่ดูแลการซ่อมหรือการบริการอื่นๆ อย่างใกล้ชิด

– หากจำเป็นต้องทิ้งรถไว้ให้ซ่อม หรือบำรุงรักษา จะต้องเป็นผู้คุ้นเคยหรือไว้ใจได้เท่านั้น

๔. กุญแจรถ เรื่องสำคัญ

มีรถบางชนิดใช้กุญแจรถดอกเดียวกัน สำหรับเปิด ประตู ติดเครื่องยนต์ เปิดลิ้นชัก และฝาน้ำมัน ดังนั้นเมื่อฝาน้ำมันหายอาจเป็นไปได้ว่าคนร้ายได้นำไปเพื่อทำแบบสร้างกุญแจปลอมสำหรับนำมาใช้ในการโจรกรรม ฉะนั้น หากฝาถังน้ำมันหายควรรีบเปลี่ยนกุญแจที่ใช้กับรถเสียใหม่โดยใช้กุญแจที่ใช้ เฉพาะแห่งเท่านั้น และเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ

  • ระวังการใช้อุปกรณ์กันขโมย

เมื่อติดตั้งอุปกรณ์กันขโมยแล้ว การใช้อุปกรณ์ต้องเก็บเป็นความลับเฉพาะผู้ที่ไว้ใจได้ เพราะอุปกรณ์ บางอย่างใช้รหัสเฉพาะหรือสัญญาณรีโมท การไปจอดรถในที่ต่างๆ จึงควรระวังคนร้ายอาจคอยสังเกตวิธีการ ใช้อุปกรณ์กันขโมยของท่านและติดตามไปหาโอกาสโจรกรรมรถของท่านในภายหลัง

  • รถคุณถูกติดตามจะทำอย่างไร

กรณีสังเกตรู้ว่ามีผู้ขับรถติดตามรถท่านให้สันนิษฐานว่าเป็นคนร้ายไว้ก่อน เพราะอาจตามไปฉวยโอกาสขโมยรถ เมื่อท่านจอดรถทิ้งไว้ในที่ไม่ปลอดภัยหรือ อาจประทุษร้ายต่อชีวิตร่างกายและทรัพย์สินของท่าน  ดังนั้น เมื่อรู้ว่าถูกติดตามจึงควรป้องกันโดยพยายามขับรถเข้าไปในเขตชุมชนขอความช่วยเหลือและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใกล้ที่สุดโดยด่วน

  • จดจำตำหนิรูปพรรณ

ท่านควรจดจำข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับรถของท่านไว้ให้มากที่สุด โดยเฉพาะตำหนิรูปพรรณพิเศษอื่นๆ โดยถ่ายเอกสาร ทะเบียนรถเก็บไว้ รวมทั้งถ่ายรูปรถของท่าน ให้ปรากฏรอยตำหนิพิเศษ เก็บรักษาไว้เป็น หลักฐานกรณีรถหาย จะได้นำมาแจ้งให้ตำรวจตรวจสอบ สกัดจับได้อย่างรวดเร็ว ทันการณ์ หากรถของท่าน ยังไม่มีตำหนิควรทำขึ้นไว้ในจุดที่ผู้อื่นไม่สามารถ สังเกตเห็นและจดจำ ไว้ให้แม่นยำ

  • รถจักรยานยนต์ต้องล็อคล้อล่ามโซ่

เนื่องจากมีสถิติรถจักรยานยนต์หายมากที่สุดเพราะคนร้ายขโมยไปได้ง่ายหรือยกขึ้นรถอื่นได้สะดวก การจอดรถจักรยานยนต์ นอกจากจะล็อคกุญแจคอ กุญแจล้อแล้ว ควรล่ามโซ่ไว้ให้แข็งแรงด้วย และอย่าจอดทิ้งไว้ในที่เปลี่ยว หรือที่ลับตา

เพียงเราทุกคนช่วยกันนำหลักการที่นำเสนอทั้ง ๘ ข้อนี้ไปปฏิบัติและแนะนำคนอื่น  รถที่เรารักก็จะอยู่กับเราไปอีกแสนนานพร้อมกับสร้างสังคมที่สงบเรียบร้อยต่อไป   ด้วยความห่วงใย…  บก.ป.

Recommended Posts

Leave a Comment